Wednesday, September 25, 2013
Wednesday, September 11, 2013
Group ware มีความสำคัญอย่างไร ต่อการตัดสินใจ
Group
ware มีความสำคัญอย่างไร ต่อการตัดสินใจ
ก่อนจะรู้ว่า Group ware
มีความสำคัญอย่างไรกับ การตัดสินใจ ก็ต้องมารู้กันก่อนว่า Group ware มีความหมายว่าอย่างไร
Group ware ก็คือ ซอฟแวร์ที่สนับสนุนการทำงานเป็นกลุ่มของคนที่มีการทำงานคล้ายกัน
หรือมีเป้าหมายและความร่วมมือเดียวกันค่ะ เป็นซอร์ฟแวร์แห่งความร่วมมือที่ช่วยให้ทีมและกลุ่มทำงานร่วมกันผ่านเครือข่ายในการติดต่อสื่อสารและShareข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการทำงานร่วมกัน โปรแกรมที่ช่วยประชาชนร่วมกันอย่างรวม
ขณะที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากกัน
โปรแกรมที่การทำงานร่วมกันตามเวลาจริงได้รับการเรียกว่า synchronous groupware
การบริการ groupware สามารถรวมถึงการแบ่งบันปฏิทิน
การเขียนรวม จัดการอีเมล์ การเข้าถึงฐานข้อมูลร่วมกัน การประชุมอิเล็กทรอนิคส์ ที่แต่ละคนสามารถมองเห็นและแสดงสารสนเทศต่อกัน
และกิจกรรมอื่นๆ บางครั้งเรียกว่าซอฟต์แวร์ร่วมมือ (collaborative
software) groupware เป็นส่วนประกอบบูรณาการของขอบเขตการศึกษาที่เรียกว่า
Computer-Supported Cooperative Work หรือ CSCW
groupware
มักจะแบ่งย่อยลงสู่การจัดกลุ่มหรือไม่ก็สมาชิกกลุ่มงานร่วมมือในเวลาจริง
(synchronous groupware และ asynchronous groupware)
ตัวอย่างสินค้าของ
groupware รวมถึง Lotus
Notes และ Microsoft Exchange ทั้งคู่อำนวยความสะดวกการใช้ปฏิทินร่วม
จัดการอีเมล์ และ replication ของไฟล์ข้ามระบบกระจาย
ดังนั้นผู้ใช้ทั้งหมดสามารถมองเห็นสารสนเทศเดียวกัน การประชุมอิเล็กทรอนิคส์ “ต่อหน้า” ได้รับการอำนวยความสะดวกโดย CU-SeeMe
และ Microsoft NetMeeting
Tuesday, September 3, 2013
ระบบของการจัดการความรู้ (Knowledge Management System) มีความเกี่ยวข้องกับระบบผู้เชี่ยวชาญ ( Expert system) หรือไม่? อย่างไร?
ระบบของการจัดการความรู้ (Knowledge Management System)
ระบบผู้เชี่ยวชาญ ( Expert system)
ส่วนตัวผมคิดว่าทั้งสองตัวนี้ มีความเกี่ยวข้องกันน่ะคับ เพราะระบบการจัดการความรู้ ก็ต้องมีการจัดการความรู้ที่ดี เพราะไม่งั้นผู้ที่จะนำความรู้มาใช้อาจจะมีการใช้ และสื่อความหมายที่ผิดได้ ดังนั้นระบบผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นปัจจัยหนึ่งในการมาจัดการระบบการจัดการความรู้ เพราะผู้เชี่ยวชาญต้องมาจัดการความรู้และทำให้คนทุกคนสามารถ รับรู้เข้าใจความรู้ที่มี ให้ตรงกันได้
ระบบผู้เชี่ยวชาญ ( Expert system)
ส่วนตัวผมคิดว่าทั้งสองตัวนี้ มีความเกี่ยวข้องกันน่ะคับ เพราะระบบการจัดการความรู้ ก็ต้องมีการจัดการความรู้ที่ดี เพราะไม่งั้นผู้ที่จะนำความรู้มาใช้อาจจะมีการใช้ และสื่อความหมายที่ผิดได้ ดังนั้นระบบผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นปัจจัยหนึ่งในการมาจัดการระบบการจัดการความรู้ เพราะผู้เชี่ยวชาญต้องมาจัดการความรู้และทำให้คนทุกคนสามารถ รับรู้เข้าใจความรู้ที่มี ให้ตรงกันได้
Monday, August 26, 2013
การกำหนด Symbol ให้กับประโยคต่างๆ เขียนกฎทั้งหมดในรูปแบบของ Symbolic Logic เขียน AND/OR graph ของกฎ
กำหนด Symbol ให้กับประโยคต่างๆ
กฎ
|
ข้อเท็จจริง
|
นิพจน์
|
ข้อเท็จจริงใหม่
|
นิพจน์
|
R1
|
เป็นผู้เรียนคอมพิวเตอร์ขั้นต้น
|
A
|
ควรเรียนภาษาเบสิค
|
c
|
ต้องการความสนุก
|
B
|
|||
R2
|
ต้องการความยาก
|
D
|
เรียนภาษาซี
|
E
|
R3
|
เป็นผู้เรียนคอมพิวเตอร์ขั้นสูง
|
F
|
เรียนจาวา
|
G
|
R4
|
เรียนไฟทอน
|
H
|
||
R5
|
เป็นผู้เรียนคุ้นเคยกับคอมพิวเตอร์
|
I
|
||
R6
|
ถ้าผู้เรียนคุ้นเคยกับคอมพิวเตอร์
|
J
|
||
เขียนโปรแกรมไม่เป็น
|
K
|
|||
R7
|
เขียนโปรแกรมเป็น
|
L
|
||
R8
|
เข้าใจโฟว์ชาร์ท
|
M
|
||
R9
|
ไม่เข้าใจโฟว์ชาร์ท
|
N
|
เขียนกฎทั้งหมดในรูปแบบ Symbolic
Logic
R1 = IF A AND B THEN C
R2 = IF A AND D THEN E
R3 = IF F AND D THEN G
R4 = IF F AND B THEN H
R5 = IF I THEN A
R6 = IF J AND K THEN A
R7 = IF J AND L THEN F
R8 = IF M THEN L
R9 = IF N THEN K
R2 = IF A AND D THEN E
R3 = IF F AND D THEN G
R4 = IF F AND B THEN H
R5 = IF I THEN A
R6 = IF J AND K THEN A
R7 = IF J AND L THEN F
R8 = IF M THEN L
R9 = IF N THEN K
Sunday, August 25, 2013
Wednesday, August 21, 2013
ระบบ Expert System นอกเหนือจากการใช้ในด้านการแพทย์
ระบบ Expert System นอกเหนือจากการใช้ในด้านการแพทย์แล้ว ในความคิดของผมเองผมคิดว่าระบบนี้สามารถนำไปใช้เกี่ยวกับด้านการผลิต เพราะกอ่นจะผลิตสินค้าต่าง ๆ บริษัทนั้นๆ ก็ต้องศึกษาความต้องการของผู้ซื้อก่อน ที่จะทำการผลิตเพื่อจะได้ผลประโยชน์สูงสุดในการขายสินค้า ทำให้ระบบผู้เชี่ยวชาญเข้ามามีความสำคัญอย่างมากกับความต้องการของผู้ซื้อ โดยยิ่งมีระบบสารสนเทศเข้ามาช่วยด้วยยิ่งทำให้ ระบบมีประสิทธิภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นการประเมินผล การสรุปการซื้อสินค้าในแต่ละปี ว่าช่วงในของปี ที่ผู้ซื้อมีความต้องการมากที่สุด
Wednesday, July 24, 2013
Friday, July 12, 2013
Tuesday, July 9, 2013
การตัดสินใจ ซื้อดอกไม้
ร้านดอกไม้แห่งหนึ่งกำลังพิจารณาที่จะสั่งดอกไม้มาจำหน่ายโดยต้นทุนของดอกไม้ 30 บาท/ดอก แล้วนำมาจำหน่ายหน้าร้านราคา 50 บาท/ดอก อย่างไรก็ตามหากดอกไม้จำหน่ายไม่หมดภายใน 3 วัน จะนำมาเลหลังในราคา 10 บาท/ดอกจากข้อมูลการจำหน่ายที่ผ่านมาเป็นดังนี้
จากหลักการของความน่าจะเป็น ร้านดอกไม้ร้านนี้ควรสั่งซื้อดอกไม้ จำนวน 150 ดอก เพราะมีความน่าจะเป็นใกล้เคียง 1 มากที่สุด คือ 0.40 ซึ่งดีที่สุดของทางเลือกที่มี โอกาสจะขายดอกไม้ได้กำไรดีที่สุดนั้นเอง
Thursday, July 4, 2013
การซื้อขายสินค้า โดยมีเงื่อนไขคือ มี 4 ทางเลือก 6 เหตุการณ์ ---- Matrix&Decision Tree
มินิมาทแห่งหนึ่ง จะทำการสั่งซื้อแซนวิสจากโรงผลิต ราคาต้นทุนรวมค่าใช้จ่ายต่างๆ คิดเป็นห่อละ 20 บาท แต่
ขายในราคาห่อละ 35 บาท โดยจะจัดส่งทุกสัปดาห์ตามที่ตกลงกันไว้ แซนวิสที่ส่งมาและขายไม่หมดในหนึ่งสัปดาห์จะหมด
อายุและต้องทิ้งไป มินิมาทกำลังพิจารณาว่าจะทำสัญญาสั่งซื้อสัปดาห์ละ 40 ห่อ 60 ห่อ 80 ห่อ หรือ 100 ห่อจะดีที่สุด
เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นและมีผลต่อผลตอบแทนของทางเลือกต่างๆ ได้แก่ ความต้องการของลูกค้า โดยคาดว่า
ความต้องการของลูกค้าอยู่ในระดับต่างๆ กัน คือ 40, 50, 60, 70, 80 และ 100 ห่อ
ทางเลือกที่ 1 สั่งซื้อ 40 ห่อ
ต้นทุนเท่ากับ 20 x 40 = 800 บาท
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 40 ห่อ จะได้กำไร = (35x40) - 800
= 1400- 800
= 600
ในกรณีที่มีความต้องการเกิน 40 ห่อ ?
ห้างไม่สามารถตอบสนองความต้องการมากกว่า 40 ห่อ ดังนั้น กำไรก็มีเพียง 600 บาท
ทางเลือกที่ 2 สั่งซื้อ 60 ห่อ
ต้นทุนเท่ากับ 20 x 60 = 1200 บาท
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 40 ห่อ จะได้กำไร = (35x40) - 1200
= 1400- 1200
= 200
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 50 ห่อ จะได้กำไร = (35x50) - 1200
= 1750- 1200
= 550
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 60 ห่อ จะได้กำไร = (35x60) - 1200
= 2100- 1200
= 900
ในกรณีที่มีความต้องการเกิน 60 ห่อ ?
ห้างไม่สามารถตอบสนองความต้องการมากกว่า 60 ห่อ ดังนั้น กำไรก็มีเพียง 900 บาท
ทางเลือกที่ 3 สั่งซื้อ 80 ห่อ
ต้นทุนเท่ากับ 20 x 80 = 1600 บาท
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 40 ห่อ จะได้กำไร = (35x40) - 1600
= 1400- 1600
= -200
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 50 ห่อ จะได้กำไร = (35x50) - 1600
= 1750- 1600
= 150
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 60 ห่อ จะได้กำไร = (35x60) - 1600
= 2100- 1600
= 500
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 70 ห่อ จะได้กำไร = (35x70) - 1600
= 2450- 1600
= 850
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 80 ห่อ จะได้กำไร = (35x80) - 1600
= 2800- 1600
= 1200
ในกรณีที่มีความต้องการเกิน 80 ห่อ ?
ห้างไม่สามารถตอบสนองความต้องการมากกว่า 80 ห่อ ดังนั้น กำไรก็มีเพียง 1200 บาท
ทางเลือกที่ 4 สั่งซื้อ 100 ห่อ
ต้นทุนเท่ากับ 20 x 100 = 2000 บาท
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 40 ห่อ จะได้กำไร = (35x40) - 2000
= 1400- 2000
= -600
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 50 ห่อ จะได้กำไร = (35x50) - 2000
= 1750- 2000
= -250
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 60 ห่อ จะได้กำไร = (35x60) - 2000
= 2100- 2000
= 100
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 70 ห่อ จะได้กำไร = (35x70) - 2000
= 2450- 2000
= 450
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 80 ห่อ จะได้กำไร = (35x80) - 2000
= 2800- 2000
= 800
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 100 ห่อ จะได้กำไร = (35x100) - 2000
= 3500- 2000
= 1500
ในกรณีที่มีความต้องการเกิน 100 ห่อ ?
ห้างไม่สามารถตอบสนองความต้องการมากกว่า 100 ห่อ ดังนั้น กำไรก็มีเพียง 1500 บาท
ขายในราคาห่อละ 35 บาท โดยจะจัดส่งทุกสัปดาห์ตามที่ตกลงกันไว้ แซนวิสที่ส่งมาและขายไม่หมดในหนึ่งสัปดาห์จะหมด
อายุและต้องทิ้งไป มินิมาทกำลังพิจารณาว่าจะทำสัญญาสั่งซื้อสัปดาห์ละ 40 ห่อ 60 ห่อ 80 ห่อ หรือ 100 ห่อจะดีที่สุด
เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นและมีผลต่อผลตอบแทนของทางเลือกต่างๆ ได้แก่ ความต้องการของลูกค้า โดยคาดว่า
ความต้องการของลูกค้าอยู่ในระดับต่างๆ กัน คือ 40, 50, 60, 70, 80 และ 100 ห่อ
ทางเลือกที่ 1 สั่งซื้อ 40 ห่อ
ต้นทุนเท่ากับ 20 x 40 = 800 บาท
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 40 ห่อ จะได้กำไร = (35x40) - 800
= 1400- 800
= 600
ในกรณีที่มีความต้องการเกิน 40 ห่อ ?
ห้างไม่สามารถตอบสนองความต้องการมากกว่า 40 ห่อ ดังนั้น กำไรก็มีเพียง 600 บาท
ทางเลือกที่ 2 สั่งซื้อ 60 ห่อ
ต้นทุนเท่ากับ 20 x 60 = 1200 บาท
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 40 ห่อ จะได้กำไร = (35x40) - 1200
= 1400- 1200
= 200
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 50 ห่อ จะได้กำไร = (35x50) - 1200
= 1750- 1200
= 550
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 60 ห่อ จะได้กำไร = (35x60) - 1200
= 2100- 1200
= 900
ในกรณีที่มีความต้องการเกิน 60 ห่อ ?
ห้างไม่สามารถตอบสนองความต้องการมากกว่า 60 ห่อ ดังนั้น กำไรก็มีเพียง 900 บาท
ทางเลือกที่ 3 สั่งซื้อ 80 ห่อ
ต้นทุนเท่ากับ 20 x 80 = 1600 บาท
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 40 ห่อ จะได้กำไร = (35x40) - 1600
= 1400- 1600
= -200
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 50 ห่อ จะได้กำไร = (35x50) - 1600
= 1750- 1600
= 150
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 60 ห่อ จะได้กำไร = (35x60) - 1600
= 2100- 1600
= 500
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 70 ห่อ จะได้กำไร = (35x70) - 1600
= 2450- 1600
= 850
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 80 ห่อ จะได้กำไร = (35x80) - 1600
= 2800- 1600
= 1200
ในกรณีที่มีความต้องการเกิน 80 ห่อ ?
ห้างไม่สามารถตอบสนองความต้องการมากกว่า 80 ห่อ ดังนั้น กำไรก็มีเพียง 1200 บาท
ทางเลือกที่ 4 สั่งซื้อ 100 ห่อ
ต้นทุนเท่ากับ 20 x 100 = 2000 บาท
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 40 ห่อ จะได้กำไร = (35x40) - 2000
= 1400- 2000
= -600
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 50 ห่อ จะได้กำไร = (35x50) - 2000
= 1750- 2000
= -250
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 60 ห่อ จะได้กำไร = (35x60) - 2000
= 2100- 2000
= 100
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 70 ห่อ จะได้กำไร = (35x70) - 2000
= 2450- 2000
= 450
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 80 ห่อ จะได้กำไร = (35x80) - 2000
= 2800- 2000
= 800
ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ 100 ห่อ จะได้กำไร = (35x100) - 2000
= 3500- 2000
= 1500
ในกรณีที่มีความต้องการเกิน 100 ห่อ ?
ห้างไม่สามารถตอบสนองความต้องการมากกว่า 100 ห่อ ดังนั้น กำไรก็มีเพียง 1500 บาท
Thursday, June 20, 2013
Decision Tree กับ การตัดสินใจ
Decision
Tree เกี่ยวข้องกับ การตัดสินใจอย่างไร
เกี่ยวข้องกันโดยตรงอยู่แล้ว เพราะว่า Decision Tree
สร้างขึ้นมาเพื่อการช่วยในการตัดสินใจอยู่แล้ว เพื่อการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเราจึงต้องใช้
Decision Tree
Decision Tree จะใช้แก้ปัญหาง่าย ๆที่มีเงื่อนไขไม่มาก
ไม่ซับซ้อน เพื่อให้เห็นภาพข้อมูลสำหรับตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
Subscribe to:
Comments (Atom)













